================================================== -->

แอ ป slotxo 1️⃣2021

อาจจะเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าการเมืองไทยเหลือเพียง 2 แพร่ง หรือ 3 ก๊กทางเลือก ที่จะเข้ามาบริหารประเทศหลังเลือกตั้งระหว่างเดือน กพ-พค62 คือ ก๊ก 1พรรคเพื่อไทย ก๊ก 2พรรคที่สนับสนุน พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช และ ก๊ก 3พรรคประชาธิปัตย์

  • เยี่ยมชมบล็อก:668349
  • จำนวนบล็อกโพสต์: 401
  • กลุ่มผู้ใช้: ผู้ใช้ทั่วไป
  • เวลาลงทะเบียน:2021-09-18 09:29:34
  • ตรารับรอง:
รายละเอียดส่วนบุคคล

(ตัวอย่าง การทำพรมเช็ดเท้า กิจกรรมฟื้นฟูที่กระตุ้นผู้สูงวัยป่วยจิตเวช เห็นคุณค่าในตัวเอง)

ที่เก็บบทความ

2015(972)

2014(596)

2013(437)

2012(812)

การสมัครสมาชิก

การจำแนกประเภท: Fengxun

123vip บา คา ร่า, หลังจากกระแสข่าวประเด็นการแก้กฎหมายเพิ่มโทษความผิดเกี่ยวกับใบอนุญาตขับรถ หรือใบขับขี่นั้นเอง ดูเหมือนว่าตามสื่อต่างๆ ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นที่หลากหลายกันออกไป แม้แต่ผู้ขับขี่ต่างก็ไม่เห็นด้วยที่จะไม่พกใบขับขี่จะมีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับถึง 50,000 บาท จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในสังคม ทำให้ในเวลาต่อมาด้านกรมขนส่งทางบก ได้ชี้แจงว่ากฎหมายด้านการขนส่งทางบกฉบับที่ใช้อยู่ในปัจจุบันได้บังคับใช้มาตั้งแต่ปี พศ2522 ซึ่งการขอแก้ไขพระราชบัญญัติรถยนต์ พศ2522 และพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พศ2522 ดังกล่าวจำเป็นต้องมีการปรับเนื้อหาให้มีความทันสมัย และให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งให้มีส่วนในการสร้างความตระหนักและรับผิดชอบต่อสังคม ทั้งนี้ เนื่องจากข้อมูลศูนย์วิจัยอุบัติเหตุแห่งประเทศไทย พบว่ากลุ่มผู้ขับขี่ที่ไม่มีใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ มีโอกาสการเสียชีวิต 34% ซึ่งสูงกว่ากลุ่มผู้ขับขี่ที่มีใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ถึงสองเท่า และจากข้อมูลของสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข ที่ระบุว่า เด็กและเยาวชนอายุระหว่าง 15-19 ปี เป็นกลุ่มอายุที่มีการเสียชีวิตจากการเกิดอุบัติเหตุทางท้องถนนสูงสุดเฉลี่ยปีละ 1,688 คน และจากการศึกษาจากต่างประเทศที่เป็นที่ยอมรับด้านความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน เช่น ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา พบว่ากรณีความผิดเกี่ยวกับการขับขี่โดยไม่มีใบอนุญาตขับรถในประเทศญี่ปุ่น มีโทษปรับไม่เกิน 300,000 เยน เท่ากับ 88,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 1 ปี และถูกตัดแต้ม 12 คะแนน ส่วนประเทศสหรัฐอเมริกามีโทษปรับไม่เกิน 25,000 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 800,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 5 ปี และถูกบันทึกประวัติตลอดชีวิตด้วย สำหรับความผิดเกี่ยวกับการขับรถโดยไม่แสดงใบอนุญาตขับรถ เสนอให้ปรับโทษเป็นจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับสูงสุดไม่เกิน 50,000 บาท จากเดิมที่ปัจจุบันตาม พรบรถยนต์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับสูงสุดไม่เกิน 1,000 บาท และ พรบขนส่ง จำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท, ส่วนความผิดเกี่ยวกับการขับรถในระหว่างใบอนุญาตสิ้นอายุ ถูกพักใช้ หรือเพิกถอนใบอนุญาต หรือถูกยึดใบอนุญาต ปรับโทษเป็นจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 50,000 บาท จากเดิมตาม พรบรถยนต์มีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท พรบขนส่ง มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท และ พรบจราจร มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท, ส่วนความผิดเกี่ยวกับการขับรถโดยไม่แสดงใบอนุญาต ปรับโทษสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท จากเดิมตาม พรบรถยนต์ ปรับไม่เกิน 1,000 บาท และ พรบขนส่ง ปรับไม่เกิน 5,000 บาท ทั้งนี้ จากการเสนอแก้ไขปรับเพิ่มโทษกรณีความผิดดังกล่าว จะทำให้การพิจารณาโทษตามฐานความผิดอยู่ในดุลพินิจของชั้นศาล ซึ่งจะทำให้ผู้ขับขี่ตระหนักและปฏิบัติตามกฎจราจรมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การเพิ่มความเข้มข้นในการบังคับใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือหนึ่งเท่านั้น ส่วนสำคัญอยู่ที่ผู้ขับขี่ ซึ่งต้องตระหนักถึงความปลอดภัยและนำไปปฏิบัติอย่างจริงจังอย่างทั่วถึง อย่างไรก็ตาม การเพิ่มความเข้มข้นในการบังคับใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือหนึ่งเท่านั้น ส่วนสำคัญอยู่ที่ผู้ขับขี่ ซึ่งต้องตระหนักถึงความปลอดภัยและนำไปปฏิบัติอย่างจริงจังอย่างทั่วถึง ส่วนกรณีที่มีข้อคิดเห็นคัดค้าน วิพากษ์วิจารณ์จากประชาชน จะมีการรวบรวมข้อมูลและส่งให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช) พิจารณาต่อไป ยืนยันการปรับแก้เพิ่มโทษผ่านศึกษารวบรวมข้อมูลทางวิชาการแล้ว และปรับให้ทัดเทียมมาตรฐานสากลด้วย พลตตเอกรักษ์ กล่าวว่า ตำรวจมีความจำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมายการขับขี่สาธารณะเพื่อคุ้มครองชีวิตของผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคน ที่ผ่านมาตำรวจก็เข้มงวดเรื่องการจับยึดใบอนุญาตขับขี้ แต่โทษปรับไม่เกิน 1 พันบาท ถือเป็นลหุโทษ ปรับในชั้นตำรวจได้ ประชาชนไม่เกรงกลัว ยึดก็เอาคืน ปรับก็ไม่สนใจ ไม่มีก็ขับรถต่อไป เรียกว่าไม่เกรงกลัว จึงต้องมีการเพิ่มโทษให้หนักขึ้น ก็ต้องยอมรับว่ากฎหมายใหม่ฉบับนี้เรียกความตื่นตัวให้แก่ผู้ขับขี่อย่างมาก ในขณะเดียวกันก็มีผู้ที่คัดค้านและไม่เห็นด้วยกับกฎหมาย หากมองในแง่ความปลอดภัยก็ถือเป็นเรื่องที่ดีทำให้คนที่ขับขี่รถยนต์มีความรับผิดชอบมากขึ้น แต่ก็อย่าลืมว่าซึ่งกฎหมายใหม่นี้อยู่ระหว่างการนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนส่งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช) พิจารณา ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการบังคับใช้แต่อย่างใด(ตัวอย่าง การทำพรมเช็ดเท้า กิจกรรมฟื้นฟูที่กระตุ้นผู้สูงวัยป่วยจิตเวช เห็นคุณค่าในตัวเอง) slotxo3k เครือข่ายนี้ ชอบเผา เหมือน นปชเสื้อแดงของทักษิณเมื่อปี ๕๒-๕๓ เอะอะก็ เผาไปเลยพี่น้อง เรียกได้ว่าเป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็วเมื่อพูดถึงนักการเมืองรุ่นใหม่ ดรแด๊ก-ธนกร วังบุญคงชนะ หลังเปิดตัวเป็นโฆษกกลุ่มสามมิตรได้ไม่นาน

หลังจากกระแสข่าวประเด็นการแก้กฎหมายเพิ่มโทษความผิดเกี่ยวกับใบอนุญาตขับรถ หรือใบขับขี่นั้นเอง ดูเหมือนว่าตามสื่อต่างๆ ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นที่หลากหลายกันออกไป แม้แต่ผู้ขับขี่ต่างก็ไม่เห็นด้วยที่จะไม่พกใบขับขี่จะมีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับถึง 50,000 บาท จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในสังคม ทำให้ในเวลาต่อมาด้านกรมขนส่งทางบก ได้ชี้แจงว่ากฎหมายด้านการขนส่งทางบกฉบับที่ใช้อยู่ในปัจจุบันได้บังคับใช้มาตั้งแต่ปี พศ2522 ซึ่งการขอแก้ไขพระราชบัญญัติรถยนต์ พศ2522 และพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พศ2522 ดังกล่าวจำเป็นต้องมีการปรับเนื้อหาให้มีความทันสมัย และให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งให้มีส่วนในการสร้างความตระหนักและรับผิดชอบต่อสังคม ทั้งนี้ เนื่องจากข้อมูลศูนย์วิจัยอุบัติเหตุแห่งประเทศไทย พบว่ากลุ่มผู้ขับขี่ที่ไม่มีใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ มีโอกาสการเสียชีวิต 34% ซึ่งสูงกว่ากลุ่มผู้ขับขี่ที่มีใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ถึงสองเท่า และจากข้อมูลของสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข ที่ระบุว่า เด็กและเยาวชนอายุระหว่าง 15-19 ปี เป็นกลุ่มอายุที่มีการเสียชีวิตจากการเกิดอุบัติเหตุทางท้องถนนสูงสุดเฉลี่ยปีละ 1,688 คน และจากการศึกษาจากต่างประเทศที่เป็นที่ยอมรับด้านความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน เช่น ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา พบว่ากรณีความผิดเกี่ยวกับการขับขี่โดยไม่มีใบอนุญาตขับรถในประเทศญี่ปุ่น มีโทษปรับไม่เกิน 300,000 เยน เท่ากับ 88,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 1 ปี และถูกตัดแต้ม 12 คะแนน ส่วนประเทศสหรัฐอเมริกามีโทษปรับไม่เกิน 25,000 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 800,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 5 ปี และถูกบันทึกประวัติตลอดชีวิตด้วย สำหรับความผิดเกี่ยวกับการขับรถโดยไม่แสดงใบอนุญาตขับรถ เสนอให้ปรับโทษเป็นจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับสูงสุดไม่เกิน 50,000 บาท จากเดิมที่ปัจจุบันตาม พรบรถยนต์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับสูงสุดไม่เกิน 1,000 บาท และ พรบขนส่ง จำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท, ส่วนความผิดเกี่ยวกับการขับรถในระหว่างใบอนุญาตสิ้นอายุ ถูกพักใช้ หรือเพิกถอนใบอนุญาต หรือถูกยึดใบอนุญาต ปรับโทษเป็นจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 50,000 บาท จากเดิมตาม พรบรถยนต์มีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท พรบขนส่ง มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท และ พรบจราจร มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท, ส่วนความผิดเกี่ยวกับการขับรถโดยไม่แสดงใบอนุญาต ปรับโทษสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท จากเดิมตาม พรบรถยนต์ ปรับไม่เกิน 1,000 บาท และ พรบขนส่ง ปรับไม่เกิน 5,000 บาท ทั้งนี้ จากการเสนอแก้ไขปรับเพิ่มโทษกรณีความผิดดังกล่าว จะทำให้การพิจารณาโทษตามฐานความผิดอยู่ในดุลพินิจของชั้นศาล ซึ่งจะทำให้ผู้ขับขี่ตระหนักและปฏิบัติตามกฎจราจรมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การเพิ่มความเข้มข้นในการบังคับใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือหนึ่งเท่านั้น ส่วนสำคัญอยู่ที่ผู้ขับขี่ ซึ่งต้องตระหนักถึงความปลอดภัยและนำไปปฏิบัติอย่างจริงจังอย่างทั่วถึง อย่างไรก็ตาม การเพิ่มความเข้มข้นในการบังคับใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือหนึ่งเท่านั้น ส่วนสำคัญอยู่ที่ผู้ขับขี่ ซึ่งต้องตระหนักถึงความปลอดภัยและนำไปปฏิบัติอย่างจริงจังอย่างทั่วถึง ส่วนกรณีที่มีข้อคิดเห็นคัดค้าน วิพากษ์วิจารณ์จากประชาชน จะมีการรวบรวมข้อมูลและส่งให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช) พิจารณาต่อไป ยืนยันการปรับแก้เพิ่มโทษผ่านศึกษารวบรวมข้อมูลทางวิชาการแล้ว และปรับให้ทัดเทียมมาตรฐานสากลด้วย พลตตเอกรักษ์ กล่าวว่า ตำรวจมีความจำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมายการขับขี่สาธารณะเพื่อคุ้มครองชีวิตของผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคน ที่ผ่านมาตำรวจก็เข้มงวดเรื่องการจับยึดใบอนุญาตขับขี้ แต่โทษปรับไม่เกิน 1 พันบาท ถือเป็นลหุโทษ ปรับในชั้นตำรวจได้ ประชาชนไม่เกรงกลัว ยึดก็เอาคืน ปรับก็ไม่สนใจ ไม่มีก็ขับรถต่อไป เรียกว่าไม่เกรงกลัว จึงต้องมีการเพิ่มโทษให้หนักขึ้น ก็ต้องยอมรับว่ากฎหมายใหม่ฉบับนี้เรียกความตื่นตัวให้แก่ผู้ขับขี่อย่างมาก ในขณะเดียวกันก็มีผู้ที่คัดค้านและไม่เห็นด้วยกับกฎหมาย หากมองในแง่ความปลอดภัยก็ถือเป็นเรื่องที่ดีทำให้คนที่ขับขี่รถยนต์มีความรับผิดชอบมากขึ้น แต่ก็อย่าลืมว่าซึ่งกฎหมายใหม่นี้อยู่ระหว่างการนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนส่งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช) พิจารณา ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการบังคับใช้แต่อย่างใด ปิดจ๊อบล่าชื่อผู้พิพากษาถอดถอน กต ทะลุ 1,787 รายชื่อ สืบพงษ์ ขอบคุณจากใจ จ่อยื่นเลขาฯ ศาล 28 สคนี้ ลั่นเป็นความสำเร็จของผู้พิพากษาที่ร่วมกันทำให้เป็นที่ประจักษ์ว่าสามารถควบคุมดูแลกันเองได้ ไม่ยอมให้ กตละเมิดต่อกฎหมายและจริยธรรมอันดีซึ่งยึดถือปฏิบัติมายาวนาน ที่ห้องประชุมศาลยุติธรรม ชั้น 5 อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ศูนย์ราชการฯ ถแจ้งวัฒนะ วันที่ 27 สิงหาคม ในการประชุมคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ครั้งที่ 15/2561 ที่ประชุมได้พิจารณาและมีมติเห็นชอบในการโยกย้ายแต่งตั้งข้าราชการตุลาการ วาระ 1 ตุลาคม 2561 ดังนี้ บัญชีโยกย้ายแต่งตั้งข้าราชการตุลาการ (บัญชี 4 เพิ่มเติม) โดยมีชั้น 4 สับเปลี่ยนตําแหน่ง 2 คน และเลื่อนชั้น 3 เป็นชั้น 4 และแต่งตั้งให้ดำรงตําแหน่ง 6 คน รวมถึงเห็นชอบในการแต่งตั้งที่ปรึกษาในศาลอุทธรณ์จำนวน 2 คน ศาลอุทธรณ์ภาค 1 จำนวน 1 คน, ศาลอุทธรณ์ภาค 5 จำนวน 1 คน และศาลอุทธรณ์ภาค 7 จำนวน 1 คน ในปีงบประมาณ พศ2562 นอกจากนี้ยังมีมติเห็นชอบในการแต่งตั้งผู้ช่วยผู้พิพากษา รุ่นที่ 68 ให้ดํารงตําแหน่งผู้พิพากษาประจําศาล ตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 (เพิ่มเติม) จํานวน 3 คน มีรายงานว่าที่ประชุมยังไม่มีการหยิบยกเรื่องการตั้งคณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริง หรือคณะกรรมการสอบวินัย กตศาลฎีกาที่มีการถูกร้องเรียนไปยังนายชีพ จุลมนต์ ประธานศาลฎีกา ในฐานะประธาน กตเกี่ยวกับเรื่องประพฤติตนไม่เหมาะสมในห้องพิจารณาคดีของศาลจังหวัดฉะเชิงเทราในพื้นที่ภาค 2 ขึ้นมาพูดคุยกันในที่ประชุม กตแต่อย่างใด ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าถึงกรณีที่นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล อธิบดีผู้พิพากษาภาค 2 และผู้แทนผู้เข้าชื่ออีก 2 คนจะเดินทางไปยื่นคำร้องต่อนายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ในวันอังคารที่ 28 สคนี้ เวลา 0900 น ที่สำนักงานศาลยุติธรรม ชั้น 12 อาคารศาลอาญา ว่า ในวันนี้ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการนับยอดหนังสือตอบรับ พบว่ามีหนังสือตอบรับจากผู้พิพากษาทั่วประเทศผ่านผู้ประสานงานและได้รับหนังสือโดยตรงกลับมายังนายสืบพงษ์จำนวน 1,787 รายชื่อ โดยในวันที่ 28 สคนี้ ผู้แทนในการเข้าชื่อถอดถอน กต 3 คน ซึ่งนำโดยนายสืบพงษ์, นายพงษ์ศักดิ์ ตระกูลศิลป์ ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ และ นสมณี สุขผล ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา จะเดินทางไปยื่นคำร้องพร้อมหนังสือการเข้าชื่อของผู้พิพากษาที่รวบรวมได้ทั้งหมดต่อเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมด้วยตนเอง ทั้งนี้ นายสืบพงษ์ได้ออกหนังสือขอบคุณลงในแอปพลิเคชันไลน์ส่งไปยังกลุ่มไลน์ผู้พิพากษา โดยมีเนื้อหาว่า ขอบคุณจากใจ กระผมขอกราบขอบพระคุณท่านผู้พิพากษาทุกท่านที่ส่งหนังสือเข้าชื่อถอดถอน กตผู้ทรงคุณวุฒิออกจากตำแหน่งมาให้กระผมอย่างพร้อมเพรียงกัน จนบัดนี้นับได้ 1,787 รายชื่อ ซึ่งมีจำนวนมากกว่าหนึ่งในสามของผู้พิพากษาทั้งหมด ความสำเร็จครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จของผู้พิพากษาทุกท่านที่ร่วมกันทำให้เป็นที่ประจักษ์ว่า ผู้พิพากษาสามารถควบคุมดูแลกันเองได้ และไม่ยอมให้ผู้ดำรงตำแหน่ง กตละเมิดต่อกฎหมาย ระเบียบวินัยและจริยธรรมอันดีของผู้พิพากษาซึ่งยึดถือปฏิบัติมาเป็นระยะเวลายาวนาน กระผมและคณะผู้เข้าชื่อจะนำคำร้องขอถอดถอนพร้อมรายชื่อทั้งหมดนี้เสนอต่อเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ในวันที่ 28 สิงหาคม ศกนี้ หลังจากนี้สำนักงานศาลยุติธรรมจะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย เพื่อให้ประชาคมผู้พิพากษาได้สดับตรับฟังข้อเท็จจริง และพิจารณาว่าพฤติการณ์ของผู้ถูกร้องนั้นสมควรจะถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งหรือไม่ และจัดให้มีการออกเสียงลงคะแนนโดยวิธีลับต่อไป ขอท่านทั้งหลายโปรดร่วมกันใช้สิทธิโดยชอบธรรมนี้ช่วยกันปกป้องรักษาสถาบันศาลยุติธรรม อย่าให้ผู้มีความประพฤติเสื่อมเสียบกพร่องในจริยธรรมอันดีสร้างความมัวหมองให้แก่ศาลยุติธรรมต่อไป นายสืบพงษ์ระบุ บา คา ร่า ออนไลน์ สด หมอวรงค์ บุกศาลฎีกาฯ ยื่นคำร้อง เรืองกลาย บิดเบือนจำนำข้าวไม่ขาดทุน ส่อเข้าข่ายละเมิดอำนาจศาล ท้า ยิ่งลักษณ์ ถ้ามีข้อมูลใหม่ให้กลับมารื้อฟื้นสู้กันใหม่ ด้านผู้ว่าฯ สตงเคลียร์เหตุรายงานเงินแผ่นดินไม่บันทึกขาดทุนจำนำข้าว โดยแสดงรายการเป็นส่วนหนึ่งของรายจ่ายจากงบประมาณในปีที่ ธกสและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับการจัดสรรงบประมาณและเบิกจ่ายเงินจากคลัง เมื่อเวลา 1400 น วันที่ 27 สค ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ถแจ้งวัฒนะ นพวรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต สสพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนายราเมศ รัตนะเชวง รองโฆษกและคณะทำงานด้านกฎหมาย พรรคประชาธิปัตย์ เดินทางมายื่นคำร้องต่อศาลฎีกาฯ ขอให้พิจารณากรณี นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย กับเพจเฟซบุ๊ก ชินวัตร แฟนคลับ กรณีเปิดประเด็นโครงการรับจำนำข้าวไม่ขาดทุน ว่าเข้าข่ายละเมิดอำนาจศาลหรือไม่ นพวรงค์กล่าวว่า เรื่องนี้ศาลฎีกาฯ ได้มีคำพิพากษาไว้ชัดเจนถึงตัวเลขขาดทุนในโครงการรับจำนำข้าวว่ามีจำนวนกว่า 536,000 ล้านบาท การที่นายเรืองไกรนำมาเปิดประเด็นนี้ ทำให้ประชาชนเกิดความสับสนและเกิดข้อกังขาตามมา กับทราบว่าในเพจเฟซบุ๊ก ชินวัตร แฟนคลับ ได้นำคำพูดของนายเรืองไกรไปขยายผล ถ้าเรายังปล่อยเรื่องนี้ออกไปโดยไม่ดำเนินการใดๆ จะเกิดความเสียหายต่อกระบวนการยุติธรรม เพราะคำพิพากษาของศาลถือเป็นที่สิ้นสุดแล้ว เราจึงนำเรื่องของนายเรืองไกรและเพจ ชินวัตร แฟนคลับ มาร้องเพื่อให้ศาลได้ทราบและพิจารณาดำเนินการต่อไป อยากให้นายเรืองไกรทราบด้วยว่า ในช่วงที่พวกเรามาเป็นพยานศาล ศาลฎีกาฯ ได้ออกข้อกำหนดคดีจำนำข้าวไม่ให้คู่ความหรือคู่กรณีออกมาให้สัมภาษณ์บิดเบือนข้อเท็จจริง จึงเชื่อว่าเมื่อเรามายื่น ศาลคงพิจารณาดำเนินการต่อไป เมื่อถามถึงกรณีที่นายเรืองไกรได้ยื่นร้องสำนักนายกฯ เรื่องข้าวที่หายไป 1 ล้านตัน และไม่มีเจตนาก้าวล่วงคำพิพากษา นพวรงค์กล่าวว่า เรื่องข้าวหายไม่หายในช่วงหลังนั้นไม่เกี่ยวกับคดีโครงการรับจำนำข้าวของ นสยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีแล้ว แต่ประเด็นที่นายเรืองไกรเปิดมาทำให้สังคมมีข้อกังขา เพราะกรณีของ นสยิ่งลักษณ์ เมื่อศาลตัดสินแล้วก็เปิดโอกาสให้ยื่นอุทธรณ์ แต่ตัว นสยิ่งลักษณ์ถ้าคิดว่าไม่ผิดทำไมจึงหลบหนี ผมขอท้าไปที่นายเรืองไกรและ นสยิ่งลักษณ์ว่าเรามี พรบรื้อฟื้นคดีอาญาฯ ถ้าหากนายเรืองไกรเข้าใจว่ามีข้อมูลใหม่ ไม่มีการขาดทุน ก็ให้มารื้อฟื้นคดีสู้กันใหม่ ถามว่าการกระทำของนายเรืองไกรเป็นความผิดกฎหมายฐานใด นพวรงค์ตอบว่า เรามองว่าอะไรที่ศาลตัดสินแล้ว หากไม่จบจะเป็นผลเสียหายต่อกระบวนการยุติธรรม ตนมาทำตรงนี้เพื่อปกป้องกระบวนการยุติธรรม ซึ่งเป็นหนึ่งในเสาหลักของระบอบประชาธิปไตย ส่วนศาลจะพิจารณาอย่างไรต่อไปนั้นเป็นดุลพินิจของศาล จากนั้น นพวรงค์กล่าวภายหลังยื่นคำร้องว่า ได้ยื่นคำร้องต่อเลขาฯ ศาลฎีกาฯ เรียบร้อยแล้ว ซึ่งขั้นตอนต่อไปก็จะมีการส่งคำร้องให้องค์คณะพิจารณาว่าจะดำเนินการออกหมายเรียกมาไต่สวนหรือไม่ ขณะที่นายประจักษ์ บุญยัง ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน แถลงว่า เนื่องจากกรณีนี้ค่อนข้างจะเป็นเรื่องทางเทคนิค การที่ปรากฏข่าวในลักษณะดังกล่าวอาจทำให้บุคคลทั่วไปมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนได้ ดังนั้น สตงในฐานะที่เป็นองค์กรตรวจสอบจึงขอชี้แจงเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง เขากล่าวว่าโครงการรับจำนำข้าวเปลือกในรายงานการเงินแผ่นดิน คณะรัฐมนตรีได้มีมติในการประชุมเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2555 อนุมัติตามที่กระทรวงการคลังเสนอให้กระทรวงพาณิชย์แต่งตั้งคณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวเปลือก เพื่อดำเนินการปิดบัญชีโครงการดังกล่าว หลังจากครบกำหนดไถ่ถอนและ/หรือสิ้นสุดระยะเวลาโครงการ และให้มีการปิดบัญชีเป็นปีๆ ไป โดยให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน นับตั้งแต่วันสิ้นสุดรอบปีบัญชี ต่อมาในวันที่ 10 มิถุนายน 2556 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติให้การดำเนินโครงการรับจำนำข้าวเปลือกได้ใช้เงินทุนหมุนเวียนจาก ๒ แหล่ง ได้แก่ เงินทุนของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส) และเงินกู้จากสถาบันการเงินที่กระทรวงการคลังจัดหาและค้ำประกัน โดยให้มีการนำเงินที่ได้จากการระบายผลผลิตทางการเกษตรชำระคืนเงินทุน ธกสให้เสร็จสิ้นก่อน แล้วจึงชำระคืนเงินกู้จากสถาบันการเงิน กรณีมีความจำเป็นให้ ธกสสำรองจ่ายไปก่อนระหว่างรอเงินจากการระบายผลผลิตหรือเงินจากแหล่งอื่นๆ โดยให้กระทรวงพาณิชย์ตกลงกับ ธกสเป็นคราวๆ ไป โดย ธกสจะได้รับอัตราชดเชยต้นทุนเงินและค่าบริหารโครงการ ทั้งนี้ ให้กระทรวงการคลังรับภาระชำระคืนต้นเงิน ดอกเบี้ยจากการกู้ยืมเงิน ค่าใช้จ่ายต่างๆ และผลขาดทุนที่เกิดขึ้นทั้งหมดของการดำเนินโครงการรับจำนำข้าวเปลือก ทั้งในส่วนที่กระทรวงการคลังจัดหาให้และส่วนที่ใช้เงินทุนของ ธกส และให้ ธกสแยกการดำเนินงานโครงการออกจากการดำเนินงานปกติเป็นบัญชีธุรกรรมนโยบายรัฐ และบันทึกเป็นภาระผูกพันนอกงบประมาณ เพื่อทราบผลกระทบจากการดำเนินโครงการและขอชดเชยความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น โครงการรับจำนำข้าวเปลือก เป็นโครงการที่ใช้เงินทุนของ ธกสและเงินกู้จากสถาบันการเงินที่กระทรวงการคลังจัดหาและค้ำประกัน โดยกระทรวงการคลังรับภาระในการนำเงินงบประมาณชดใช้คืนต้นเงิน ดอกเบี้ยจากการกู้ยืมเงิน ค่าใช้จ่ายต่างๆ และผลขาดทุนที่เกิดขึ้นทั้งหมดของการดำเนินโครงการรับจำนำข้าวเปลือกเป็นรายปี โดย ธกสจัดทำเป็นบัญชีธุรกรรมนโยบายรัฐ และบันทึกเป็นภาระผูกพันนอกงบประมาณ สำหรับข้อมูลโครงการรับจำนำข้าวเปลือกถือเป็นอำนาจหน้าที่ของคณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวเปลือก ในการดำเนินการปิดบัญชีโครงการดังกล่าว หลังจากครบกำหนดไถ่ถอนและ/หรือสิ้นสุดระยะเวลาโครงการ และให้มีการปิดบัญชีเป็นปีๆ ไป ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินกล่าวสรุปในตอนท้ายว่า สำหรับในกรณีของโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนั้น รายงานการเงินแผ่นดินได้บันทึกรับรู้รายการเฉพาะการจ่ายเงินงบประมาณชดใช้คืนเงินทุนและเงินกู้ให้ ธกส และชดใช้ค่าบริหารจัดการอื่นๆ ให้แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยแสดงรายการเป็นส่วนหนึ่งของรายจ่ายจากงบประมาณในปีที่ ธกสและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับการจัดสรรงบประมาณและเบิกจ่ายเงินจากคลังแล้ว สำหรับเงินกู้จากสถาบันการเงินที่กระทรวงการคลังจัดหาและค้ำประกัน กระทรวงการคลังได้เปิดเผยข้อมูลในหมายเหตุประกอบรายงานการเงินแผ่นดิน หัวข้อหนี้สาธารณะ โดยถือเป็นส่วนหนึ่งของหนี้รัฐวิสาหกิจที่เป็นสถาบันการเงิน (รัฐบาลค้ำประกัน) ที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (ฝั่ง กพ) ทำเนียบรัฐบาล นายเรืองไกรเข้ายื่นหนังสือถึง พลอประยุทธ์ ขอให้ตรวจสอบข้าวในสต๊อกรัฐบาลที่หายไป 1 ล้านตัน โดยนายเรืองไกรกล่าวว่า เมื่อ คสชเข้ามาได้มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการจัดทำบัญชีข้าวคงเหลือของรัฐตามคำสั่ง คสชที่ 176/2557 และตามรายงานคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข) ที่ 2/2557 ระบุมีข้าวคงเหลือ 187 ล้านตัน แต่หลังจากนั้นกรมการค้าต่างประเทศได้แถลงผลการระบายข้าวว่ามีข้าวหายไป 1 ล้านตัน จึงอยากทราบว่าใครเป็นผู้ทำบัญชีข้าว เพราะอธิบดีกรมบัญชีกลางเคยชี้แจงว่าไม่มีการทำบัญชีรายโครงการ นอกจากนี้ยังตั้งข้อสังเกตว่า กรณีที่จะมีการระบายข้าวของรัฐบาลวันที่ 29-30 สคนี้ มีข้าวที่มาจากปี 51-52 อยู่ด้วย เหตุใดข้าวเหล่านี้จึงเก็บได้นาน แต่ข้าวในสมัยรัฐบาล นสยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีถึงเน่าเสีย ส่วนที่ นพวรงค์ระบุว่า ตนตั้งคำถามในคดีข้าวทั้งที่มีคำพิพากษาออกมาแล้วนั้น ตนเพียงนำข้อมูลที่อยู่ในคำพิพากษามาตรวจสอบกับบัญชีของรัฐบาล แต่กลับไม่มี จึงต้องตั้งคำถามมายังรัฐบาลเท่านั้น ไม่มีเจตนาก้าวล่วงคำพิพากษา อาจจะเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าการเมืองไทยเหลือเพียง 2 แพร่ง หรือ 3 ก๊กทางเลือก ที่จะเข้ามาบริหารประเทศหลังเลือกตั้งระหว่างเดือน กพ-พค62 คือ ก๊ก 1พรรคเพื่อไทย ก๊ก 2พรรคที่สนับสนุน พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช และ ก๊ก 3พรรคประชาธิปัตย์

อ่าน(846) | แสดงความคิดเห็น(685) | ส่งต่อ(639) |
ฝากของไว้ให้เจ้าของ!~~

เฉิง Tianhou Yelupu 2021-09-18

จักรพรรดิซ่งเจ๋อจงจ้าว อาจจะเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าการเมืองไทยเหลือเพียง 2 แพร่ง หรือ 3 ก๊กทางเลือก ที่จะเข้ามาบริหารประเทศหลังเลือกตั้งระหว่างเดือน กพ-พค62 คือ ก๊ก 1พรรคเพื่อไทย ก๊ก 2พรรคที่สนับสนุน พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช และ ก๊ก 3พรรคประชาธิปัตย์

ผู้สื่อข่าวรายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อเวลาประมาณ 2019 วันที่ 27 สค นายชัยรัตน์ แสงจันทร์ ประธานเจ้าหน้าที่สายสนับสนุน บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) ได้ทำหนังสือถึงตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อแจ้งถึงมติที่ประชุมคณะกรรมการวาระพิเศษครั้งที่ 4/2561 เมื่อวันที่ 27 สค 2561 ว่ามีมติอนุมัติการขอลาออก จากตำแหน่งกรรมการบริษัท ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการชุดย่อยของบริษัททุกคณะ ตามความประสงค์ของนายปิยะ ยอดมณี โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 23 สค 2561 เป็นต้นไป และพ้นจากการเป็นพนักงานของบริษัท โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 22 กย 2561

จักรพรรดิ Liu Xuan 2021-09-18 09:29:34

หลังจากกระแสข่าวประเด็นการแก้กฎหมายเพิ่มโทษความผิดเกี่ยวกับใบอนุญาตขับรถ หรือใบขับขี่นั้นเอง ดูเหมือนว่าตามสื่อต่างๆ ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นที่หลากหลายกันออกไป แม้แต่ผู้ขับขี่ต่างก็ไม่เห็นด้วยที่จะไม่พกใบขับขี่จะมีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับถึง 50,000 บาท จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในสังคม ทำให้ในเวลาต่อมาด้านกรมขนส่งทางบก ได้ชี้แจงว่ากฎหมายด้านการขนส่งทางบกฉบับที่ใช้อยู่ในปัจจุบันได้บังคับใช้มาตั้งแต่ปี พศ2522 ซึ่งการขอแก้ไขพระราชบัญญัติรถยนต์ พศ2522 และพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พศ2522 ดังกล่าวจำเป็นต้องมีการปรับเนื้อหาให้มีความทันสมัย และให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งให้มีส่วนในการสร้างความตระหนักและรับผิดชอบต่อสังคม ทั้งนี้ เนื่องจากข้อมูลศูนย์วิจัยอุบัติเหตุแห่งประเทศไทย พบว่ากลุ่มผู้ขับขี่ที่ไม่มีใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ มีโอกาสการเสียชีวิต 34% ซึ่งสูงกว่ากลุ่มผู้ขับขี่ที่มีใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ถึงสองเท่า และจากข้อมูลของสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข ที่ระบุว่า เด็กและเยาวชนอายุระหว่าง 15-19 ปี เป็นกลุ่มอายุที่มีการเสียชีวิตจากการเกิดอุบัติเหตุทางท้องถนนสูงสุดเฉลี่ยปีละ 1,688 คน และจากการศึกษาจากต่างประเทศที่เป็นที่ยอมรับด้านความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน เช่น ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา พบว่ากรณีความผิดเกี่ยวกับการขับขี่โดยไม่มีใบอนุญาตขับรถในประเทศญี่ปุ่น มีโทษปรับไม่เกิน 300,000 เยน เท่ากับ 88,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 1 ปี และถูกตัดแต้ม 12 คะแนน ส่วนประเทศสหรัฐอเมริกามีโทษปรับไม่เกิน 25,000 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 800,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 5 ปี และถูกบันทึกประวัติตลอดชีวิตด้วย สำหรับความผิดเกี่ยวกับการขับรถโดยไม่แสดงใบอนุญาตขับรถ เสนอให้ปรับโทษเป็นจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับสูงสุดไม่เกิน 50,000 บาท จากเดิมที่ปัจจุบันตาม พรบรถยนต์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับสูงสุดไม่เกิน 1,000 บาท และ พรบขนส่ง จำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท, ส่วนความผิดเกี่ยวกับการขับรถในระหว่างใบอนุญาตสิ้นอายุ ถูกพักใช้ หรือเพิกถอนใบอนุญาต หรือถูกยึดใบอนุญาต ปรับโทษเป็นจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 50,000 บาท จากเดิมตาม พรบรถยนต์มีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท พรบขนส่ง มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท และ พรบจราจร มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท, ส่วนความผิดเกี่ยวกับการขับรถโดยไม่แสดงใบอนุญาต ปรับโทษสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท จากเดิมตาม พรบรถยนต์ ปรับไม่เกิน 1,000 บาท และ พรบขนส่ง ปรับไม่เกิน 5,000 บาท ทั้งนี้ จากการเสนอแก้ไขปรับเพิ่มโทษกรณีความผิดดังกล่าว จะทำให้การพิจารณาโทษตามฐานความผิดอยู่ในดุลพินิจของชั้นศาล ซึ่งจะทำให้ผู้ขับขี่ตระหนักและปฏิบัติตามกฎจราจรมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การเพิ่มความเข้มข้นในการบังคับใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือหนึ่งเท่านั้น ส่วนสำคัญอยู่ที่ผู้ขับขี่ ซึ่งต้องตระหนักถึงความปลอดภัยและนำไปปฏิบัติอย่างจริงจังอย่างทั่วถึง อย่างไรก็ตาม การเพิ่มความเข้มข้นในการบังคับใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือหนึ่งเท่านั้น ส่วนสำคัญอยู่ที่ผู้ขับขี่ ซึ่งต้องตระหนักถึงความปลอดภัยและนำไปปฏิบัติอย่างจริงจังอย่างทั่วถึง ส่วนกรณีที่มีข้อคิดเห็นคัดค้าน วิพากษ์วิจารณ์จากประชาชน จะมีการรวบรวมข้อมูลและส่งให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช) พิจารณาต่อไป ยืนยันการปรับแก้เพิ่มโทษผ่านศึกษารวบรวมข้อมูลทางวิชาการแล้ว และปรับให้ทัดเทียมมาตรฐานสากลด้วย พลตตเอกรักษ์ กล่าวว่า ตำรวจมีความจำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมายการขับขี่สาธารณะเพื่อคุ้มครองชีวิตของผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคน ที่ผ่านมาตำรวจก็เข้มงวดเรื่องการจับยึดใบอนุญาตขับขี้ แต่โทษปรับไม่เกิน 1 พันบาท ถือเป็นลหุโทษ ปรับในชั้นตำรวจได้ ประชาชนไม่เกรงกลัว ยึดก็เอาคืน ปรับก็ไม่สนใจ ไม่มีก็ขับรถต่อไป เรียกว่าไม่เกรงกลัว จึงต้องมีการเพิ่มโทษให้หนักขึ้น ก็ต้องยอมรับว่ากฎหมายใหม่ฉบับนี้เรียกความตื่นตัวให้แก่ผู้ขับขี่อย่างมาก ในขณะเดียวกันก็มีผู้ที่คัดค้านและไม่เห็นด้วยกับกฎหมาย หากมองในแง่ความปลอดภัยก็ถือเป็นเรื่องที่ดีทำให้คนที่ขับขี่รถยนต์มีความรับผิดชอบมากขึ้น แต่ก็อย่าลืมว่าซึ่งกฎหมายใหม่นี้อยู่ระหว่างการนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนส่งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช) พิจารณา ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการบังคับใช้แต่อย่างใด

สุวะฝ่ายชุนอิจิ 2021-09-18 09:29:34

อาจจะเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าการเมืองไทยเหลือเพียง 2 แพร่ง หรือ 3 ก๊กทางเลือก ที่จะเข้ามาบริหารประเทศหลังเลือกตั้งระหว่างเดือน กพ-พค62 คือ ก๊ก 1พรรคเพื่อไทย ก๊ก 2พรรคที่สนับสนุน พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช และ ก๊ก 3พรรคประชาธิปัตย์, ถึงขั้นเผาพริกเผาเกลือ! เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ข่าวว่าชาวเชียงใหม่นัดรวมตัวที่ลานอเนกประสงค์ประตูท่าแพ เรียกร้องให้รื้อบ้านพักตุลาการ ๔๕ 45 หลัง และอาคารชุด ๙ หลัง เป็นการแสดงพลัง ใช้ชื่อว่า รวมพลังหัวใจสีเขียว ทวงสัญญาป่าแห่ง แม่น้ำร้อยสายไหลรวมเป็นหนึ่ง ไฮไลต์ของงาน คือแถลงการณ์โดยเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ เรียกร้องให้รัฐบาลรักษาข้อตกลงและเร่งรัดให้มีการคืนพื้นที่ป่าให้กับกรมธนารักษ์โดยเร็ว และไม่ให้มีผู้ใดอยู่อาศัยหรือเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ดังกล่าว ยิ่งยืดเยื้อไปปมปัญหานี้อาจจะยกระดับขึ้นกลายเป็นความขัดแย้งรุนแรงขึ้น โดยให้กำหนดเวลา ๑ อาทิตย์หลังจากนี้ หากไม่มีคำตอบจะยกระดับการชุมนุมแน่นอน จบด้วยพิธีเผาพริกเผาเกลือ เผาบ้านป่าแหว่งจำลอง วางดอกไม้จันทน์ ครับถึงขั้นเผาพริกเผาเกลือสาปแช่ง ก็คงจะไม่ธรรมดา โบราณว่าการเผาพริกเผาเกลือ คือความเกลียดชังชนิดที่เรียกว่า ตายไปก็ไม่ร่วมเผาผีกันเลยทีเดียว เป็นพิธีได้รับอิทธิพลมาจากฮินดูโบราณ ปรากฏในหนังสือ พิชัยสงครามฮินดูโบราณ เรียบเรียงและแปลโดย ร้อยเอก ยีอีเยรินี (พันโทพระสารสาสน์พลขันธ์) กล่าวไว้ว่า มีคำกล่าวว่า ผู้ที่มีความโกรธแค้นนักกับผู้ใดๆ เคยหยิบเกลือมาหยิบมือหนึ่ง ถ้าเป็นเวลาเช้าหันหน้าไปยังบูรพาทิศ กล่าวคำสาบานแช่งด่าผู้ที่ตนโกรธแค้นนั้นพอแรงแล้ว จึงรดลงน้ำที่เกลือ หมายว่าจะให้ผู้ที่เป็นศัตรูนั้นฉิบหายละลายไปดุจดังเกลือละลายน้ำ ถ้าเป็นเวลาเย็น ต้องหันหน้าไปยังประจิมทิศสาบานแช่งด่าผู้ที่โกรธนั้นเสียให้มากๆ จนพอแก่ความแค้นแล้ว จึงเอาเกลือหยิบมือหนึ่งนั้นสาดเข้าในกองไฟ หวังให้ผู้เป็นศัตรูที่โกรธแค้นกันนั้น แตกประทุกระจายเรี่ยรายไปด้วยภัยอันตรายต่างๆ ดุจดังเกลือปะทุแตกระเบิดป่นไปด้วยไฟ ก็รับทราบกันตามนั้น มีประเด็นเกี่ยวเนื่องกับบ้านป่าแหว่ง นั่นคือ งานออกแบบโครงการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารสนามบินสุวรรณภูมิหลังที่ ๒ (เทอร์มินัล ๒) ที่ดีบีเอแอลพี-นิเคนเซกเก-อีเอ็มเอส-เอ็มเอชพีเอ็ม-เอ็มเอสเอ-เออาร์เจ หรือกลุ่ม ดวงฤทธิ์ บุนนาค เป็นผู้ชนะประมูล ในโลกโซเชียลร้อนมาหลายวันก็เพราะเรื่องนี้ เรื่องก๊อบปี้ผลงาน? แต่ ดวงฤทธิ์ บุนนาค ยืนกรานคิดเอง ๑๐๐% มีคนตั้งข้อสังเกตว่า ดวงฤทธิ์ บุนนาค เคยแสดงความเห็นเรื่องบ้านป่าแหว่งเอาไว้ในโซเชียลอย่างดุเดือดเลือดพล่าน รื้อไม่ได้ก็เผาแม่งเลยครับ ชักหงุดหงิด เผาเสร็จดินดีเลย ทีนี้ป่าก็กลับมางามเร็วเลย บังเอิญว่างานออกแบบอาคารผู้โดยสารหลังที่ ๒ ที่ถูกตั้งข้อสังเกตก๊อบปี้งานญี่ปุ่นนั้น ตามสูตรต้องใช้ไม้เป็นหลัก แล้วทำไง? มีคนตั้งข้อสงสัยอีกว่า บ้านพักตีนดอยสุเทพ ใช้ที่ราชพัสดุ ม่ทับป่าไม่ผิดกฎหมายแม้ข้อเดียว ถึงขั้นเผาแม่งเลย ถ้าเทอร์มินัล ๒ ต้องใช้ไม้ขึ้นมาจริงๆ ก็นึกภาพไม่ออกว่าจะเอามาจากไหน เพราะลำพังแค่รัฐสภาแห่งใหม่ที่อวดร่ำอวดรวย ใช้ไม้สัก ๕ พันท่อน ยังต้องนั่งเกากบาลมาถึงทุกวัน。นอกจากนี้จะเสนอโครงการก่อสร้างส่วนต่อขยายสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี จากสถานีศรีรัชเข้าเมืองทองธานี ระยะทาง 28 กมในวันที่ 31 สคนี้ เช่นกัน หลังจากที่โครงการก่อสร้างส่วนต่อขยายสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง ต่อขยายเส้นทางไปตามถนนรัชดาภิเษกสิ้นสุดบริเวณแยกรัชโยธิน ระยะทาง 26 กมได้รับอนุมัติไปครั้งที่แล้ว ทั้งหมดโดยจะต้องนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร)เพื่อบรรจุในแผนแม่บทการจราจร หลังจากนำเสนอเข้ากระทรวงคมนาคมเพื่อนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม) เพราะจะมีการเวนคืนที่ดิน ซึ่งภาครัฐจะเป็นผู้ดำเนินการ และเอกชนจะจ่ายชดเชยภายหลัง。

พระเจ้า เลอยิ่ง 2021-09-18 09:29:34

จับน้องชาย กานต์ เมียเก่าเสก โลโซ ค้ายาเสพติด ด้านปฏิบัติการชัยยะสยบไพรี 61/7 รวบเจ้าของร้านยางรถยนต์เครือข่าย มันทุกเม็ด ทำหน้าที่ฟอกเงิน พบเงินหมุนเวียนในบัญชีกว่า 100 ล้าน เมื่อกลางดึกย่างเข้าวันที่ 27 สิงหาคมนี้ พตอธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบกอกบชปส พตอบุญยสิทธิ์ รอดชะพรหม ผกก1 บกปส1 พร้อมกำลังสยบไพรี และ กก1 บกปส1 ร่วมกันจับกุมตัวนายเดชอุดม หรือเดช แสงสายทับทิม อายุ 41 ปี อยู่ที่ 13 ตตลาดขวัญ อเมือง จนนทบุรี ตามหมายจับศาลอาญาที่ 99/2561 ลงวันที่ 9 มีนาคม 2561 ในข้อหา จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน หรือไอซ์ หรือยาบ้า) โดยไม่ได้รับอนุญาต โดยจับกุมได้ที่บริเวณถนนประชาราษฎร์ ตตลาดขวัญ อเมือง จนนทบุรี จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง โดยแจ้งว่าเป็นน้องชายของนางวิภากร หรือกานต์ ศุขพิมาย อดีตภรรยานายเสกสรรค์ ศุขพิมาย หรือ เสก โลโซ นักร้องนักดนตรีชื่อดัง ด้านพลตตสุรศักดิ์ ขุนณรงค์ ผบกปส1 บชปส เปิดเผยว่า การจับกุมนายเดชอุดม สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 8 มีคที่ผ่านมา ตำรวจได้ทำการล่อซื้อยาเสพติดจากนายไพฑูรย์ กล่อมเกลี้ยง อายุ 35 ปี ที่ย่านซอยนวลจันทร์ และจับกุมนายไพฑูรย์ พร้อมของกลางไอซ์ 12 กรัม และยาบ้า 5 เม็ด จากการสอบปากคำ นายไพทูรย์ได้ให้การซัดทอดว่านายเดชอุดมเป็นคนขับรถพามาส่งยา แต่หลบหนีไปได้ เจ้าหน้าที่จึงติดตามจับกุมนายเดชอุดมได้ในที่สุด ภายหลังการจับกุม นายเดชอุดม นางวิภากร หรือกานต์ ได้ออกมาโพสต์ทางสื่อออนไลน์ ระบุว่า จะดีจะชั่วก็น้อง ใครผิดก็ว่าตามผิด รับได้ทุกอย่าง หนักกว่านี้ก็เจอมาหมดแล้ว พร้อมเหน็บใครบางคนว่า ไอ้ที่ไม่เกี่ยวมาเย้ยหยัน อย่าลืมว่าน้องชายคนเล็กก็หนีตำรวจอยู่ เสพจนบ้า ไปซ่อนตัวที่ไหน จะให้แจ้งเบาะแสไหม วันเดียวกัน พลตทสมหมาย กองวิสัยสุข ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด สั่งการให้เจ้าหน้าที่เปิดปฏิบัติการ ชัยยะสยบไพรี 61/7 บุกจับผู้ต้องหารับฟอกเงินให้เครือข่ายยาเสพติดกลุ่ม มันทุกเม็ด ซึ่งเป็นกลุ่มที่ใช้เครือข่ายโซเชียลมีเดียในการติดต่อจำหน่ายยาเสพติดและสร้างเครือข่ายผู้ค้ารายย่อย หลังพบมีการทำธุรกรรมการเงินสูงผิดปกติ จุดแรก เจ้าหน้าที่นำหมายศาลเข้าตรวจค้นบ้านพักในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ตบางเตย อสามพราน จนครปฐม พบภรรยานายรุ่งโรจน์ จิรัฐติกาลพันธุ์ ผู้ต้องหาที่รับฟอกเงินให้เครือข่าย มันทุกเม็ด ส่วนจุดที่สอง คือโรงงานบริษัท ปรุ่งโรจน์สยามยางยนต์ จำกัด ตสวนหลวง อกระทุ่มแบน จสมุทรสาคร จับกุมนายรุ่งโรจน์ พร้อมควบคุมตัวพนักงานบริษัทไว้สอบสวน เบื้องต้นนายรุ่งโรจน์ อ้างว่าบริษัทแห่งนี้สร้างเสร็จได้เพียง 6 เดือน ตนเองมีรายได้จากธุรกิจเพียง 2 หมื่นบาทต่อเดือน ส่วนที่ตำรวจพบมีเงินหมุนเวียนในบัญชีกว่า 100 ล้านบาท ขอไปชี้แจงรายละเอียดในชั้นศาล ต่อมา พลตทสมหมายพร้อมด้วย พลตตสุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบชทท ได้ตรวจเยี่ยมสรุปผลการเข้าตรวจค้นหาหลักฐานการฟอกเงินและจับกุมนายรุ่งโรจน์ พร้อมเปิดเผยว่า ปฏิบัติการชัยยะสยบไพรี 61/7 วันนี้เป็นวันสุดท้ายของปฏิบัติการ ซึ่งทั้ง 2 เป้าหมายที่เข้าตรวจค้น มีความเชื่อมโยงกับการฟอกเงินให้เครือข่ายค้ายาเสพติดกลุ่ม มันทุกเม็ด โดยเงินจากการค้ายาเสพติด ถูกนำมาลงทุนซื้อสินค้ายางรถยนต์และอุปกรณ์ตกแต่งรถมาจำหน่ายให้กับลูกค้าในราคาถูก จนพบมียอดเงินหมุนเวียนในบัญชีสูงผิดปกติ ส่วนที่ให้การปฏิเสธถือเป็นสิทธิ์ของผู้ต้องหา แต่ตำรวจมีหลักฐานสำคัญที่ทำให้เชื่อได้ว่ามีการฟอกเงินจริง สำหรับเครือข่ายกลุ่มมันทุกเม็ด เป็นกลุ่มที่รับยาเสพติดจากกลุ่มของนายวีระ หมื่นจะดา ลูกเขยของ พลอจะลอโบ ผู้นำกลุ่มว้า โดยผู้ต้องหากลุ่มนี้มีการจำหน่ายยาเสพติดและสร้างเครือข่ายค้ายาเสพติดผ่านการใช้ช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ ทั้งเฟซบุ๊ก ไลน์ และอินสตาแกรม เพื่อชักจูงกลุ่มวัยรุ่น พบมีฐานเครือข่ายใน 30 จังหวัด มีบัญชีผู้ใช้เฟซบุ๊กที่เชื่อมโยงถึงกันมากกว่าหมื่นบัญชี ส่วนลักษณะที่พบมีการชักจูงใจ เช่น มีการแจกยาเสพติดฟรีให้กับผู้ที่เป็นสมาชิกใหม่ และให้รางวัลกับผู้ที่ขยายเครือข่ายยาเสพติดได้ ปฏิบัติการชัยยะสยบไพรี 61/7 เริ่มตั้งแต่ 25 สคโดยมีเป้าหมายตรวจค้นรวม 141 จุดทั่วประเทศ มีการจับกุมผู้ต้องหาแล้วไม่ต่ำกว่า 12 คน คาดว่าผลจากการจับกุมผู้ต้องหาเครือข่ายนี้ สามารถยึดทรัพย์สินที่ได้จากการค้ายาเสพติดรวมมูลค่ากว่า 200 ล้านบาท, จับน้องชาย กานต์ เมียเก่าเสก โลโซ ค้ายาเสพติด ด้านปฏิบัติการชัยยะสยบไพรี 61/7 รวบเจ้าของร้านยางรถยนต์เครือข่าย มันทุกเม็ด ทำหน้าที่ฟอกเงิน พบเงินหมุนเวียนในบัญชีกว่า 100 ล้าน เมื่อกลางดึกย่างเข้าวันที่ 27 สิงหาคมนี้ พตอธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบกอกบชปส พตอบุญยสิทธิ์ รอดชะพรหม ผกก1 บกปส1 พร้อมกำลังสยบไพรี และ กก1 บกปส1 ร่วมกันจับกุมตัวนายเดชอุดม หรือเดช แสงสายทับทิม อายุ 41 ปี อยู่ที่ 13 ตตลาดขวัญ อเมือง จนนทบุรี ตามหมายจับศาลอาญาที่ 99/2561 ลงวันที่ 9 มีนาคม 2561 ในข้อหา จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน หรือไอซ์ หรือยาบ้า) โดยไม่ได้รับอนุญาต โดยจับกุมได้ที่บริเวณถนนประชาราษฎร์ ตตลาดขวัญ อเมือง จนนทบุรี จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง โดยแจ้งว่าเป็นน้องชายของนางวิภากร หรือกานต์ ศุขพิมาย อดีตภรรยานายเสกสรรค์ ศุขพิมาย หรือ เสก โลโซ นักร้องนักดนตรีชื่อดัง ด้านพลตตสุรศักดิ์ ขุนณรงค์ ผบกปส1 บชปส เปิดเผยว่า การจับกุมนายเดชอุดม สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 8 มีคที่ผ่านมา ตำรวจได้ทำการล่อซื้อยาเสพติดจากนายไพฑูรย์ กล่อมเกลี้ยง อายุ 35 ปี ที่ย่านซอยนวลจันทร์ และจับกุมนายไพฑูรย์ พร้อมของกลางไอซ์ 12 กรัม และยาบ้า 5 เม็ด จากการสอบปากคำ นายไพทูรย์ได้ให้การซัดทอดว่านายเดชอุดมเป็นคนขับรถพามาส่งยา แต่หลบหนีไปได้ เจ้าหน้าที่จึงติดตามจับกุมนายเดชอุดมได้ในที่สุด ภายหลังการจับกุม นายเดชอุดม นางวิภากร หรือกานต์ ได้ออกมาโพสต์ทางสื่อออนไลน์ ระบุว่า จะดีจะชั่วก็น้อง ใครผิดก็ว่าตามผิด รับได้ทุกอย่าง หนักกว่านี้ก็เจอมาหมดแล้ว พร้อมเหน็บใครบางคนว่า ไอ้ที่ไม่เกี่ยวมาเย้ยหยัน อย่าลืมว่าน้องชายคนเล็กก็หนีตำรวจอยู่ เสพจนบ้า ไปซ่อนตัวที่ไหน จะให้แจ้งเบาะแสไหม วันเดียวกัน พลตทสมหมาย กองวิสัยสุข ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด สั่งการให้เจ้าหน้าที่เปิดปฏิบัติการ ชัยยะสยบไพรี 61/7 บุกจับผู้ต้องหารับฟอกเงินให้เครือข่ายยาเสพติดกลุ่ม มันทุกเม็ด ซึ่งเป็นกลุ่มที่ใช้เครือข่ายโซเชียลมีเดียในการติดต่อจำหน่ายยาเสพติดและสร้างเครือข่ายผู้ค้ารายย่อย หลังพบมีการทำธุรกรรมการเงินสูงผิดปกติ จุดแรก เจ้าหน้าที่นำหมายศาลเข้าตรวจค้นบ้านพักในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ตบางเตย อสามพราน จนครปฐม พบภรรยานายรุ่งโรจน์ จิรัฐติกาลพันธุ์ ผู้ต้องหาที่รับฟอกเงินให้เครือข่าย มันทุกเม็ด ส่วนจุดที่สอง คือโรงงานบริษัท ปรุ่งโรจน์สยามยางยนต์ จำกัด ตสวนหลวง อกระทุ่มแบน จสมุทรสาคร จับกุมนายรุ่งโรจน์ พร้อมควบคุมตัวพนักงานบริษัทไว้สอบสวน เบื้องต้นนายรุ่งโรจน์ อ้างว่าบริษัทแห่งนี้สร้างเสร็จได้เพียง 6 เดือน ตนเองมีรายได้จากธุรกิจเพียง 2 หมื่นบาทต่อเดือน ส่วนที่ตำรวจพบมีเงินหมุนเวียนในบัญชีกว่า 100 ล้านบาท ขอไปชี้แจงรายละเอียดในชั้นศาล ต่อมา พลตทสมหมายพร้อมด้วย พลตตสุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบชทท ได้ตรวจเยี่ยมสรุปผลการเข้าตรวจค้นหาหลักฐานการฟอกเงินและจับกุมนายรุ่งโรจน์ พร้อมเปิดเผยว่า ปฏิบัติการชัยยะสยบไพรี 61/7 วันนี้เป็นวันสุดท้ายของปฏิบัติการ ซึ่งทั้ง 2 เป้าหมายที่เข้าตรวจค้น มีความเชื่อมโยงกับการฟอกเงินให้เครือข่ายค้ายาเสพติดกลุ่ม มันทุกเม็ด โดยเงินจากการค้ายาเสพติด ถูกนำมาลงทุนซื้อสินค้ายางรถยนต์และอุปกรณ์ตกแต่งรถมาจำหน่ายให้กับลูกค้าในราคาถูก จนพบมียอดเงินหมุนเวียนในบัญชีสูงผิดปกติ ส่วนที่ให้การปฏิเสธถือเป็นสิทธิ์ของผู้ต้องหา แต่ตำรวจมีหลักฐานสำคัญที่ทำให้เชื่อได้ว่ามีการฟอกเงินจริง สำหรับเครือข่ายกลุ่มมันทุกเม็ด เป็นกลุ่มที่รับยาเสพติดจากกลุ่มของนายวีระ หมื่นจะดา ลูกเขยของ พลอจะลอโบ ผู้นำกลุ่มว้า โดยผู้ต้องหากลุ่มนี้มีการจำหน่ายยาเสพติดและสร้างเครือข่ายค้ายาเสพติดผ่านการใช้ช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ ทั้งเฟซบุ๊ก ไลน์ และอินสตาแกรม เพื่อชักจูงกลุ่มวัยรุ่น พบมีฐานเครือข่ายใน 30 จังหวัด มีบัญชีผู้ใช้เฟซบุ๊กที่เชื่อมโยงถึงกันมากกว่าหมื่นบัญชี ส่วนลักษณะที่พบมีการชักจูงใจ เช่น มีการแจกยาเสพติดฟรีให้กับผู้ที่เป็นสมาชิกใหม่ และให้รางวัลกับผู้ที่ขยายเครือข่ายยาเสพติดได้ ปฏิบัติการชัยยะสยบไพรี 61/7 เริ่มตั้งแต่ 25 สคโดยมีเป้าหมายตรวจค้นรวม 141 จุดทั่วประเทศ มีการจับกุมผู้ต้องหาแล้วไม่ต่ำกว่า 12 คน คาดว่าผลจากการจับกุมผู้ต้องหาเครือข่ายนี้ สามารถยึดทรัพย์สินที่ได้จากการค้ายาเสพติดรวมมูลค่ากว่า 200 ล้านบาท。 จับน้องชาย กานต์ เมียเก่าเสก โลโซ ค้ายาเสพติด ด้านปฏิบัติการชัยยะสยบไพรี 61/7 รวบเจ้าของร้านยางรถยนต์เครือข่าย มันทุกเม็ด ทำหน้าที่ฟอกเงิน พบเงินหมุนเวียนในบัญชีกว่า 100 ล้าน เมื่อกลางดึกย่างเข้าวันที่ 27 สิงหาคมนี้ พตอธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบกอกบชปส พตอบุญยสิทธิ์ รอดชะพรหม ผกก1 บกปส1 พร้อมกำลังสยบไพรี และ กก1 บกปส1 ร่วมกันจับกุมตัวนายเดชอุดม หรือเดช แสงสายทับทิม อายุ 41 ปี อยู่ที่ 13 ตตลาดขวัญ อเมือง จนนทบุรี ตามหมายจับศาลอาญาที่ 99/2561 ลงวันที่ 9 มีนาคม 2561 ในข้อหา จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน หรือไอซ์ หรือยาบ้า) โดยไม่ได้รับอนุญาต โดยจับกุมได้ที่บริเวณถนนประชาราษฎร์ ตตลาดขวัญ อเมือง จนนทบุรี จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง โดยแจ้งว่าเป็นน้องชายของนางวิภากร หรือกานต์ ศุขพิมาย อดีตภรรยานายเสกสรรค์ ศุขพิมาย หรือ เสก โลโซ นักร้องนักดนตรีชื่อดัง ด้านพลตตสุรศักดิ์ ขุนณรงค์ ผบกปส1 บชปส เปิดเผยว่า การจับกุมนายเดชอุดม สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 8 มีคที่ผ่านมา ตำรวจได้ทำการล่อซื้อยาเสพติดจากนายไพฑูรย์ กล่อมเกลี้ยง อายุ 35 ปี ที่ย่านซอยนวลจันทร์ และจับกุมนายไพฑูรย์ พร้อมของกลางไอซ์ 12 กรัม และยาบ้า 5 เม็ด จากการสอบปากคำ นายไพทูรย์ได้ให้การซัดทอดว่านายเดชอุดมเป็นคนขับรถพามาส่งยา แต่หลบหนีไปได้ เจ้าหน้าที่จึงติดตามจับกุมนายเดชอุดมได้ในที่สุด ภายหลังการจับกุม นายเดชอุดม นางวิภากร หรือกานต์ ได้ออกมาโพสต์ทางสื่อออนไลน์ ระบุว่า จะดีจะชั่วก็น้อง ใครผิดก็ว่าตามผิด รับได้ทุกอย่าง หนักกว่านี้ก็เจอมาหมดแล้ว พร้อมเหน็บใครบางคนว่า ไอ้ที่ไม่เกี่ยวมาเย้ยหยัน อย่าลืมว่าน้องชายคนเล็กก็หนีตำรวจอยู่ เสพจนบ้า ไปซ่อนตัวที่ไหน จะให้แจ้งเบาะแสไหม วันเดียวกัน พลตทสมหมาย กองวิสัยสุข ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด สั่งการให้เจ้าหน้าที่เปิดปฏิบัติการ ชัยยะสยบไพรี 61/7 บุกจับผู้ต้องหารับฟอกเงินให้เครือข่ายยาเสพติดกลุ่ม มันทุกเม็ด ซึ่งเป็นกลุ่มที่ใช้เครือข่ายโซเชียลมีเดียในการติดต่อจำหน่ายยาเสพติดและสร้างเครือข่ายผู้ค้ารายย่อย หลังพบมีการทำธุรกรรมการเงินสูงผิดปกติ จุดแรก เจ้าหน้าที่นำหมายศาลเข้าตรวจค้นบ้านพักในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ตบางเตย อสามพราน จนครปฐม พบภรรยานายรุ่งโรจน์ จิรัฐติกาลพันธุ์ ผู้ต้องหาที่รับฟอกเงินให้เครือข่าย มันทุกเม็ด ส่วนจุดที่สอง คือโรงงานบริษัท ปรุ่งโรจน์สยามยางยนต์ จำกัด ตสวนหลวง อกระทุ่มแบน จสมุทรสาคร จับกุมนายรุ่งโรจน์ พร้อมควบคุมตัวพนักงานบริษัทไว้สอบสวน เบื้องต้นนายรุ่งโรจน์ อ้างว่าบริษัทแห่งนี้สร้างเสร็จได้เพียง 6 เดือน ตนเองมีรายได้จากธุรกิจเพียง 2 หมื่นบาทต่อเดือน ส่วนที่ตำรวจพบมีเงินหมุนเวียนในบัญชีกว่า 100 ล้านบาท ขอไปชี้แจงรายละเอียดในชั้นศาล ต่อมา พลตทสมหมายพร้อมด้วย พลตตสุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบชทท ได้ตรวจเยี่ยมสรุปผลการเข้าตรวจค้นหาหลักฐานการฟอกเงินและจับกุมนายรุ่งโรจน์ พร้อมเปิดเผยว่า ปฏิบัติการชัยยะสยบไพรี 61/7 วันนี้เป็นวันสุดท้ายของปฏิบัติการ ซึ่งทั้ง 2 เป้าหมายที่เข้าตรวจค้น มีความเชื่อมโยงกับการฟอกเงินให้เครือข่ายค้ายาเสพติดกลุ่ม มันทุกเม็ด โดยเงินจากการค้ายาเสพติด ถูกนำมาลงทุนซื้อสินค้ายางรถยนต์และอุปกรณ์ตกแต่งรถมาจำหน่ายให้กับลูกค้าในราคาถูก จนพบมียอดเงินหมุนเวียนในบัญชีสูงผิดปกติ ส่วนที่ให้การปฏิเสธถือเป็นสิทธิ์ของผู้ต้องหา แต่ตำรวจมีหลักฐานสำคัญที่ทำให้เชื่อได้ว่ามีการฟอกเงินจริง สำหรับเครือข่ายกลุ่มมันทุกเม็ด เป็นกลุ่มที่รับยาเสพติดจากกลุ่มของนายวีระ หมื่นจะดา ลูกเขยของ พลอจะลอโบ ผู้นำกลุ่มว้า โดยผู้ต้องหากลุ่มนี้มีการจำหน่ายยาเสพติดและสร้างเครือข่ายค้ายาเสพติดผ่านการใช้ช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ ทั้งเฟซบุ๊ก ไลน์ และอินสตาแกรม เพื่อชักจูงกลุ่มวัยรุ่น พบมีฐานเครือข่ายใน 30 จังหวัด มีบัญชีผู้ใช้เฟซบุ๊กที่เชื่อมโยงถึงกันมากกว่าหมื่นบัญชี ส่วนลักษณะที่พบมีการชักจูงใจ เช่น มีการแจกยาเสพติดฟรีให้กับผู้ที่เป็นสมาชิกใหม่ และให้รางวัลกับผู้ที่ขยายเครือข่ายยาเสพติดได้ ปฏิบัติการชัยยะสยบไพรี 61/7 เริ่มตั้งแต่ 25 สคโดยมีเป้าหมายตรวจค้นรวม 141 จุดทั่วประเทศ มีการจับกุมผู้ต้องหาแล้วไม่ต่ำกว่า 12 คน คาดว่าผลจากการจับกุมผู้ต้องหาเครือข่ายนี้ สามารถยึดทรัพย์สินที่ได้จากการค้ายาเสพติดรวมมูลค่ากว่า 200 ล้านบาท。

เว่ยหยูกง 2021-09-18 09:29:34

เรียกได้ว่าเป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็วเมื่อพูดถึงนักการเมืองรุ่นใหม่ ดรแด๊ก-ธนกร วังบุญคงชนะ หลังเปิดตัวเป็นโฆษกกลุ่มสามมิตรได้ไม่นาน , หมอวรงค์ บุกศาลฎีกาฯ ยื่นคำร้อง เรืองกลาย บิดเบือนจำนำข้าวไม่ขาดทุน ส่อเข้าข่ายละเมิดอำนาจศาล ท้า ยิ่งลักษณ์ ถ้ามีข้อมูลใหม่ให้กลับมารื้อฟื้นสู้กันใหม่ ด้านผู้ว่าฯ สตงเคลียร์เหตุรายงานเงินแผ่นดินไม่บันทึกขาดทุนจำนำข้าว โดยแสดงรายการเป็นส่วนหนึ่งของรายจ่ายจากงบประมาณในปีที่ ธกสและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับการจัดสรรงบประมาณและเบิกจ่ายเงินจากคลัง เมื่อเวลา 1400 น วันที่ 27 สค ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ถแจ้งวัฒนะ นพวรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต สสพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนายราเมศ รัตนะเชวง รองโฆษกและคณะทำงานด้านกฎหมาย พรรคประชาธิปัตย์ เดินทางมายื่นคำร้องต่อศาลฎีกาฯ ขอให้พิจารณากรณี นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย กับเพจเฟซบุ๊ก ชินวัตร แฟนคลับ กรณีเปิดประเด็นโครงการรับจำนำข้าวไม่ขาดทุน ว่าเข้าข่ายละเมิดอำนาจศาลหรือไม่ นพวรงค์กล่าวว่า เรื่องนี้ศาลฎีกาฯ ได้มีคำพิพากษาไว้ชัดเจนถึงตัวเลขขาดทุนในโครงการรับจำนำข้าวว่ามีจำนวนกว่า 536,000 ล้านบาท การที่นายเรืองไกรนำมาเปิดประเด็นนี้ ทำให้ประชาชนเกิดความสับสนและเกิดข้อกังขาตามมา กับทราบว่าในเพจเฟซบุ๊ก ชินวัตร แฟนคลับ ได้นำคำพูดของนายเรืองไกรไปขยายผล ถ้าเรายังปล่อยเรื่องนี้ออกไปโดยไม่ดำเนินการใดๆ จะเกิดความเสียหายต่อกระบวนการยุติธรรม เพราะคำพิพากษาของศาลถือเป็นที่สิ้นสุดแล้ว เราจึงนำเรื่องของนายเรืองไกรและเพจ ชินวัตร แฟนคลับ มาร้องเพื่อให้ศาลได้ทราบและพิจารณาดำเนินการต่อไป อยากให้นายเรืองไกรทราบด้วยว่า ในช่วงที่พวกเรามาเป็นพยานศาล ศาลฎีกาฯ ได้ออกข้อกำหนดคดีจำนำข้าวไม่ให้คู่ความหรือคู่กรณีออกมาให้สัมภาษณ์บิดเบือนข้อเท็จจริง จึงเชื่อว่าเมื่อเรามายื่น ศาลคงพิจารณาดำเนินการต่อไป เมื่อถามถึงกรณีที่นายเรืองไกรได้ยื่นร้องสำนักนายกฯ เรื่องข้าวที่หายไป 1 ล้านตัน และไม่มีเจตนาก้าวล่วงคำพิพากษา นพวรงค์กล่าวว่า เรื่องข้าวหายไม่หายในช่วงหลังนั้นไม่เกี่ยวกับคดีโครงการรับจำนำข้าวของ นสยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีแล้ว แต่ประเด็นที่นายเรืองไกรเปิดมาทำให้สังคมมีข้อกังขา เพราะกรณีของ นสยิ่งลักษณ์ เมื่อศาลตัดสินแล้วก็เปิดโอกาสให้ยื่นอุทธรณ์ แต่ตัว นสยิ่งลักษณ์ถ้าคิดว่าไม่ผิดทำไมจึงหลบหนี ผมขอท้าไปที่นายเรืองไกรและ นสยิ่งลักษณ์ว่าเรามี พรบรื้อฟื้นคดีอาญาฯ ถ้าหากนายเรืองไกรเข้าใจว่ามีข้อมูลใหม่ ไม่มีการขาดทุน ก็ให้มารื้อฟื้นคดีสู้กันใหม่ ถามว่าการกระทำของนายเรืองไกรเป็นความผิดกฎหมายฐานใด นพวรงค์ตอบว่า เรามองว่าอะไรที่ศาลตัดสินแล้ว หากไม่จบจะเป็นผลเสียหายต่อกระบวนการยุติธรรม ตนมาทำตรงนี้เพื่อปกป้องกระบวนการยุติธรรม ซึ่งเป็นหนึ่งในเสาหลักของระบอบประชาธิปไตย ส่วนศาลจะพิจารณาอย่างไรต่อไปนั้นเป็นดุลพินิจของศาล จากนั้น นพวรงค์กล่าวภายหลังยื่นคำร้องว่า ได้ยื่นคำร้องต่อเลขาฯ ศาลฎีกาฯ เรียบร้อยแล้ว ซึ่งขั้นตอนต่อไปก็จะมีการส่งคำร้องให้องค์คณะพิจารณาว่าจะดำเนินการออกหมายเรียกมาไต่สวนหรือไม่ ขณะที่นายประจักษ์ บุญยัง ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน แถลงว่า เนื่องจากกรณีนี้ค่อนข้างจะเป็นเรื่องทางเทคนิค การที่ปรากฏข่าวในลักษณะดังกล่าวอาจทำให้บุคคลทั่วไปมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนได้ ดังนั้น สตงในฐานะที่เป็นองค์กรตรวจสอบจึงขอชี้แจงเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง เขากล่าวว่าโครงการรับจำนำข้าวเปลือกในรายงานการเงินแผ่นดิน คณะรัฐมนตรีได้มีมติในการประชุมเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2555 อนุมัติตามที่กระทรวงการคลังเสนอให้กระทรวงพาณิชย์แต่งตั้งคณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวเปลือก เพื่อดำเนินการปิดบัญชีโครงการดังกล่าว หลังจากครบกำหนดไถ่ถอนและ/หรือสิ้นสุดระยะเวลาโครงการ และให้มีการปิดบัญชีเป็นปีๆ ไป โดยให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน นับตั้งแต่วันสิ้นสุดรอบปีบัญชี ต่อมาในวันที่ 10 มิถุนายน 2556 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติให้การดำเนินโครงการรับจำนำข้าวเปลือกได้ใช้เงินทุนหมุนเวียนจาก ๒ แหล่ง ได้แก่ เงินทุนของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส) และเงินกู้จากสถาบันการเงินที่กระทรวงการคลังจัดหาและค้ำประกัน โดยให้มีการนำเงินที่ได้จากการระบายผลผลิตทางการเกษตรชำระคืนเงินทุน ธกสให้เสร็จสิ้นก่อน แล้วจึงชำระคืนเงินกู้จากสถาบันการเงิน กรณีมีความจำเป็นให้ ธกสสำรองจ่ายไปก่อนระหว่างรอเงินจากการระบายผลผลิตหรือเงินจากแหล่งอื่นๆ โดยให้กระทรวงพาณิชย์ตกลงกับ ธกสเป็นคราวๆ ไป โดย ธกสจะได้รับอัตราชดเชยต้นทุนเงินและค่าบริหารโครงการ ทั้งนี้ ให้กระทรวงการคลังรับภาระชำระคืนต้นเงิน ดอกเบี้ยจากการกู้ยืมเงิน ค่าใช้จ่ายต่างๆ และผลขาดทุนที่เกิดขึ้นทั้งหมดของการดำเนินโครงการรับจำนำข้าวเปลือก ทั้งในส่วนที่กระทรวงการคลังจัดหาให้และส่วนที่ใช้เงินทุนของ ธกส และให้ ธกสแยกการดำเนินงานโครงการออกจากการดำเนินงานปกติเป็นบัญชีธุรกรรมนโยบายรัฐ และบันทึกเป็นภาระผูกพันนอกงบประมาณ เพื่อทราบผลกระทบจากการดำเนินโครงการและขอชดเชยความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น โครงการรับจำนำข้าวเปลือก เป็นโครงการที่ใช้เงินทุนของ ธกสและเงินกู้จากสถาบันการเงินที่กระทรวงการคลังจัดหาและค้ำประกัน โดยกระทรวงการคลังรับภาระในการนำเงินงบประมาณชดใช้คืนต้นเงิน ดอกเบี้ยจากการกู้ยืมเงิน ค่าใช้จ่ายต่างๆ และผลขาดทุนที่เกิดขึ้นทั้งหมดของการดำเนินโครงการรับจำนำข้าวเปลือกเป็นรายปี โดย ธกสจัดทำเป็นบัญชีธุรกรรมนโยบายรัฐ และบันทึกเป็นภาระผูกพันนอกงบประมาณ สำหรับข้อมูลโครงการรับจำนำข้าวเปลือกถือเป็นอำนาจหน้าที่ของคณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวเปลือก ในการดำเนินการปิดบัญชีโครงการดังกล่าว หลังจากครบกำหนดไถ่ถอนและ/หรือสิ้นสุดระยะเวลาโครงการ และให้มีการปิดบัญชีเป็นปีๆ ไป ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินกล่าวสรุปในตอนท้ายว่า สำหรับในกรณีของโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนั้น รายงานการเงินแผ่นดินได้บันทึกรับรู้รายการเฉพาะการจ่ายเงินงบประมาณชดใช้คืนเงินทุนและเงินกู้ให้ ธกส และชดใช้ค่าบริหารจัดการอื่นๆ ให้แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยแสดงรายการเป็นส่วนหนึ่งของรายจ่ายจากงบประมาณในปีที่ ธกสและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับการจัดสรรงบประมาณและเบิกจ่ายเงินจากคลังแล้ว สำหรับเงินกู้จากสถาบันการเงินที่กระทรวงการคลังจัดหาและค้ำประกัน กระทรวงการคลังได้เปิดเผยข้อมูลในหมายเหตุประกอบรายงานการเงินแผ่นดิน หัวข้อหนี้สาธารณะ โดยถือเป็นส่วนหนึ่งของหนี้รัฐวิสาหกิจที่เป็นสถาบันการเงิน (รัฐบาลค้ำประกัน) ที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (ฝั่ง กพ) ทำเนียบรัฐบาล นายเรืองไกรเข้ายื่นหนังสือถึง พลอประยุทธ์ ขอให้ตรวจสอบข้าวในสต๊อกรัฐบาลที่หายไป 1 ล้านตัน โดยนายเรืองไกรกล่าวว่า เมื่อ คสชเข้ามาได้มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการจัดทำบัญชีข้าวคงเหลือของรัฐตามคำสั่ง คสชที่ 176/2557 และตามรายงานคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข) ที่ 2/2557 ระบุมีข้าวคงเหลือ 187 ล้านตัน แต่หลังจากนั้นกรมการค้าต่างประเทศได้แถลงผลการระบายข้าวว่ามีข้าวหายไป 1 ล้านตัน จึงอยากทราบว่าใครเป็นผู้ทำบัญชีข้าว เพราะอธิบดีกรมบัญชีกลางเคยชี้แจงว่าไม่มีการทำบัญชีรายโครงการ นอกจากนี้ยังตั้งข้อสังเกตว่า กรณีที่จะมีการระบายข้าวของรัฐบาลวันที่ 29-30 สคนี้ มีข้าวที่มาจากปี 51-52 อยู่ด้วย เหตุใดข้าวเหล่านี้จึงเก็บได้นาน แต่ข้าวในสมัยรัฐบาล นสยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีถึงเน่าเสีย ส่วนที่ นพวรงค์ระบุว่า ตนตั้งคำถามในคดีข้าวทั้งที่มีคำพิพากษาออกมาแล้วนั้น ตนเพียงนำข้อมูลที่อยู่ในคำพิพากษามาตรวจสอบกับบัญชีของรัฐบาล แต่กลับไม่มี จึงต้องตั้งคำถามมายังรัฐบาลเท่านั้น ไม่มีเจตนาก้าวล่วงคำพิพากษา。(ตัวอย่าง การทำพรมเช็ดเท้า กิจกรรมฟื้นฟูที่กระตุ้นผู้สูงวัยป่วยจิตเวช เห็นคุณค่าในตัวเอง)。

ชิ แอปริคอท 2021-09-18 09:29:34

หลังจากกระแสข่าวประเด็นการแก้กฎหมายเพิ่มโทษความผิดเกี่ยวกับใบอนุญาตขับรถ หรือใบขับขี่นั้นเอง ดูเหมือนว่าตามสื่อต่างๆ ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นที่หลากหลายกันออกไป แม้แต่ผู้ขับขี่ต่างก็ไม่เห็นด้วยที่จะไม่พกใบขับขี่จะมีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับถึง 50,000 บาท จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในสังคม ทำให้ในเวลาต่อมาด้านกรมขนส่งทางบก ได้ชี้แจงว่ากฎหมายด้านการขนส่งทางบกฉบับที่ใช้อยู่ในปัจจุบันได้บังคับใช้มาตั้งแต่ปี พศ2522 ซึ่งการขอแก้ไขพระราชบัญญัติรถยนต์ พศ2522 และพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พศ2522 ดังกล่าวจำเป็นต้องมีการปรับเนื้อหาให้มีความทันสมัย และให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งให้มีส่วนในการสร้างความตระหนักและรับผิดชอบต่อสังคม ทั้งนี้ เนื่องจากข้อมูลศูนย์วิจัยอุบัติเหตุแห่งประเทศไทย พบว่ากลุ่มผู้ขับขี่ที่ไม่มีใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ มีโอกาสการเสียชีวิต 34% ซึ่งสูงกว่ากลุ่มผู้ขับขี่ที่มีใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ถึงสองเท่า และจากข้อมูลของสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข ที่ระบุว่า เด็กและเยาวชนอายุระหว่าง 15-19 ปี เป็นกลุ่มอายุที่มีการเสียชีวิตจากการเกิดอุบัติเหตุทางท้องถนนสูงสุดเฉลี่ยปีละ 1,688 คน และจากการศึกษาจากต่างประเทศที่เป็นที่ยอมรับด้านความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน เช่น ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา พบว่ากรณีความผิดเกี่ยวกับการขับขี่โดยไม่มีใบอนุญาตขับรถในประเทศญี่ปุ่น มีโทษปรับไม่เกิน 300,000 เยน เท่ากับ 88,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 1 ปี และถูกตัดแต้ม 12 คะแนน ส่วนประเทศสหรัฐอเมริกามีโทษปรับไม่เกิน 25,000 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 800,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 5 ปี และถูกบันทึกประวัติตลอดชีวิตด้วย สำหรับความผิดเกี่ยวกับการขับรถโดยไม่แสดงใบอนุญาตขับรถ เสนอให้ปรับโทษเป็นจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับสูงสุดไม่เกิน 50,000 บาท จากเดิมที่ปัจจุบันตาม พรบรถยนต์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับสูงสุดไม่เกิน 1,000 บาท และ พรบขนส่ง จำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท, ส่วนความผิดเกี่ยวกับการขับรถในระหว่างใบอนุญาตสิ้นอายุ ถูกพักใช้ หรือเพิกถอนใบอนุญาต หรือถูกยึดใบอนุญาต ปรับโทษเป็นจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 50,000 บาท จากเดิมตาม พรบรถยนต์มีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท พรบขนส่ง มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท และ พรบจราจร มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท, ส่วนความผิดเกี่ยวกับการขับรถโดยไม่แสดงใบอนุญาต ปรับโทษสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท จากเดิมตาม พรบรถยนต์ ปรับไม่เกิน 1,000 บาท และ พรบขนส่ง ปรับไม่เกิน 5,000 บาท ทั้งนี้ จากการเสนอแก้ไขปรับเพิ่มโทษกรณีความผิดดังกล่าว จะทำให้การพิจารณาโทษตามฐานความผิดอยู่ในดุลพินิจของชั้นศาล ซึ่งจะทำให้ผู้ขับขี่ตระหนักและปฏิบัติตามกฎจราจรมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การเพิ่มความเข้มข้นในการบังคับใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือหนึ่งเท่านั้น ส่วนสำคัญอยู่ที่ผู้ขับขี่ ซึ่งต้องตระหนักถึงความปลอดภัยและนำไปปฏิบัติอย่างจริงจังอย่างทั่วถึง อย่างไรก็ตาม การเพิ่มความเข้มข้นในการบังคับใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือหนึ่งเท่านั้น ส่วนสำคัญอยู่ที่ผู้ขับขี่ ซึ่งต้องตระหนักถึงความปลอดภัยและนำไปปฏิบัติอย่างจริงจังอย่างทั่วถึง ส่วนกรณีที่มีข้อคิดเห็นคัดค้าน วิพากษ์วิจารณ์จากประชาชน จะมีการรวบรวมข้อมูลและส่งให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช) พิจารณาต่อไป ยืนยันการปรับแก้เพิ่มโทษผ่านศึกษารวบรวมข้อมูลทางวิชาการแล้ว และปรับให้ทัดเทียมมาตรฐานสากลด้วย พลตตเอกรักษ์ กล่าวว่า ตำรวจมีความจำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมายการขับขี่สาธารณะเพื่อคุ้มครองชีวิตของผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคน ที่ผ่านมาตำรวจก็เข้มงวดเรื่องการจับยึดใบอนุญาตขับขี้ แต่โทษปรับไม่เกิน 1 พันบาท ถือเป็นลหุโทษ ปรับในชั้นตำรวจได้ ประชาชนไม่เกรงกลัว ยึดก็เอาคืน ปรับก็ไม่สนใจ ไม่มีก็ขับรถต่อไป เรียกว่าไม่เกรงกลัว จึงต้องมีการเพิ่มโทษให้หนักขึ้น ก็ต้องยอมรับว่ากฎหมายใหม่ฉบับนี้เรียกความตื่นตัวให้แก่ผู้ขับขี่อย่างมาก ในขณะเดียวกันก็มีผู้ที่คัดค้านและไม่เห็นด้วยกับกฎหมาย หากมองในแง่ความปลอดภัยก็ถือเป็นเรื่องที่ดีทำให้คนที่ขับขี่รถยนต์มีความรับผิดชอบมากขึ้น แต่ก็อย่าลืมว่าซึ่งกฎหมายใหม่นี้อยู่ระหว่างการนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนส่งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช) พิจารณา ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการบังคับใช้แต่อย่างใด,(แตงโมระหว่างถ่ายละคร)。นอกจากนี้ยังเปิดให้บริการซื้อตั๋วล่วงหน้าได้เกินกว่า 90 วัน สำหรับการจองตั๋วหมู่คณะ ตั้งแต่ 20 คนขึ้นไป ซึ่งจะมีอัตราค่าธรรมเนียมการจองตั๋วที่นั่งละ 40 บาท ทั้งนี้ผู้ใช้บริการสามารถเลือกประเภทการจองตั๋วได้ตามความเหมาะสมกับการเดินทาง。

ความคิดเห็นที่ร้อนแรง
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เข้าสู่ระบบ จดทะเบียน

50 รับ 100 วอ เลท1️⃣LOOK618| เว็บ ตรง ฝาก ถอน ไม่มี ขั้น ต่ำ1️⃣LOOK618| mafia500 เข้า สู่ ระบบ 1️⃣2021| riches666 เครดิต ฟรี 1️⃣2021| บา คา ร่า sagame3501️⃣LOOK618| gclub ฟรี เครดิต 2020 1️⃣2021| สล็อต ยอด นิยม1️⃣LOOK618| ฟรี 50 ถอน ได้ 3001️⃣M98| slot xo 999 1️⃣2021| 918kiss ฟรี 1001️⃣M98| สล็อต เติม airpay1️⃣M98| สล็อต เครดิต ฟรี ไม่ ต้อง ฝาก ไม่ ต้อง แชร์1️⃣LOOK618| live22 demo 1️⃣2021| เล่น เกม pg ฟรี1️⃣LOOK618| เว็บ โจ๊ก เกอร์ เกม 1️⃣2021| 918kiss เครดิต ฟรี 301️⃣M98| ฝาก 10 รับ 100 วอ เลท xo 2021 1️⃣2021| สล็อต เครดิต ฟรี ใหม่ ล่าสุด1️⃣M98| slot168th1️⃣LOOK618| เครดิต ฟรี 100 ล่าสุด 2020 1️⃣2021| slot jdb แตก ง่าย 1️⃣2021| เว็บ ออนไลน์ บา คา ร่า 1️⃣2021| 1 บาท ก็ ฝาก ได้1️⃣LOOK618| superslot1234 เครดิต ฟรี 501️⃣LOOK618| บา คา ร่า 63 1️⃣2021| slotxo ฝาก 100 รับ 1001️⃣LOOK618| เครดิต ฟรี กด รับ เอง pg 1️⃣2021| เครดิต ฟรี ฝาก 501️⃣M98| คา สิ โน ออนไลน์ 1911️⃣LOOK618| เกมส์ สล็อต ฟรี เครดิต1️⃣M98| xo6 slot 1️⃣2021| xo สล็อต 8881️⃣LOOK618| ฝาก 19 รับ 100 2020 1️⃣2021| mafia โบนัส 501️⃣M98| สล็อต xo z1️⃣LOOK618| สล็อต ฝาก 10 บาท ได้ 1001️⃣LOOK618| slotxo มา ใหม่ 1️⃣2021| ufa656 เครดิต ฟรี1️⃣M98| gclub88888 pantip 1️⃣2021| สล็อต แจก เครดิต ฟรี 2020 1️⃣2021| เว็บ เล่น บา คา ร่า1️⃣M98| joker777 auto1️⃣LOOK618| ทาง เข้า slotxo joker8881️⃣LOOK618| mafia500 เข้า สู่ ระบบ 1️⃣2021| สมัคร live22 true wallet 1️⃣2021| jack88 แอ พ มือ ถือ ดาวน์โหลด เดี๋ยวนี้1️⃣LOOK618| เล่น เกม pg ฟรี1️⃣LOOK618| สล็อต มาเฟีย 2221️⃣M98| เครดิต ฟรี kiss9187nsys 1️⃣2021| แจก เครดิต ฟรี ไม่ ต้อง ฝาก ล่าสุด1️⃣M98| ฝาก 20 รับ 100 บา ค่า ร่า1️⃣M98| slot เครดิต ฟรี ไม่ ต้อง ฝาก ไม่ ต้อง แชร์ 2021 1️⃣2021| เครดิต ฟรี ยืนยัน เบอร์1️⃣M98| 777 เกม slot ยิง ปลา1️⃣LOOK618| joker มือ ถือ1️⃣LOOK618| เข้า เล่น จี คลับ 168 1️⃣2021| xe88 โปร 1001️⃣LOOK618| สูตร ชนะ บา ค่า ร่า 1️⃣2021| เครดิต ฟรี 100 ล่าสุด1️⃣M98| เล่น roma 1️⃣2021| mafia500 เข้า สู่ ระบบ 1️⃣2021| ทาง เข้า สล็อต joker1️⃣M98| gclub 9981️⃣M98| เซ๊ ก ซี่ บา คา ร่า 1️⃣2021| ฝาก 10 รับ 50 ล่าสุด 1️⃣2021| คา สิ โน 1681️⃣LOOK618| สล็อต เว็บ ใหญ่ 1️⃣2021| w88 คา สิ โน1️⃣LOOK618| แจก เค ดิ ต ฟรี 50 1️⃣2021| คา สิ โน 99991️⃣LOOK618| เว็บ บา คา ร่า ขั้น ต่ํา 1 บาท1️⃣LOOK618| slotxo โร ม่า 1️⃣2021| ทาง เข้า slotxo joker8881️⃣LOOK618| slot joker 1231️⃣LOOK618| คา สิ โน ออนไลน์ ไม่ ต้อง ฝาก1️⃣M98| ลิงค์ เข้า เล่น www joker 1️⃣2021| 30 รับ 100 1️⃣2021| joker king9991️⃣M98| 29 รับ 100 pg 1️⃣2021| สล็อต ฝาก 100 รับ 100 ล่าสุด1️⃣LOOK618| บา คา ร่า ฝาก 200 ฟรี 200 1️⃣2021| ฝาก 30 รับ 2001️⃣M98| สล็อต ฝาก 200 รับ 400 ล่าสุด1️⃣M98| slotxo20 รับ 1001️⃣M98| super slot pg1️⃣LOOK618| ลอง บา คา ร่า 1️⃣2021| เก ม์ สล็อต 1️⃣2021| บา คา ร่า ยอด ฮิต1️⃣M98| king99 คา สิ โนmafia slot ใหม่ ล่าสุด เครดิต ฟรี 1️⃣2021| โจ๊ก เกอร์ 50 1️⃣2021| โหลด เกม xoslot1️⃣LOOK618| คา สิ โน gclub1️⃣M98| สล็อต 3d1️⃣M98| ฝาก 19 บาท รับ 100 pg1️⃣LOOK618|